แนะนำมหาวิทยาลัย: Universiti Utara Malaysia (UUM) มหาวิทยาลัยที่อยู่ห่างจากด่านนอกเพียงสิบกว่ากิโลเมตร

เว็บไซต์มหาวิทยาลัย : www.uum.edu.my

เนื่องจากตัวเราเองเคยเป็นศิษย์เก่าที่นี่ ไปเรียนปริญญาตรีตั้งแต่ปี 2007 จบมาจนทุกวันนี้ยังคงมีหลายๆคน ทั้งผู้ปกครองและตัวน้องๆหลายๆคนมาถามว่าบรรยากาศมหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้าง การเรียนการสอนเป็นแบบไหน เราเลยตัดสินใจเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อรวบรวมข้อมูลต่างๆ แต่เนื่องจากว่าตัวเองจบมานานแล้ว เลยพยายามหาข้อมูลที่อัพเดทที่สุดมาเขียนไว้สำหรับผู้ที่สนใจประกอบการตัดสินใจเลยละกันค่ะ

Universiti Utara Malaysia (UUM) ตั้งอยู่ที่ตำบลซินโต๊ะ (Sintok) แห่งรัฐเคดะห์ (Kedah) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ตัวมหาวิทยาลัยอยู่ห่างจากด่านนอกซึ่งเป็นชายแดนไทย-มาเลเซียประมาณ 17 กิโลกว่าๆเท่านั้นเอง UUM จึงเป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยตัวเลือกสำหรับคนที่อาศัยอยู่จังหวัดภาคใต้ เพราะอยู่ไม่ไกล มาเทียบกันจริงๆไปเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพยังไกลกว่าอีก(สำหรับคนที่อยู่ภาคใต้ตอนล่าง) ทำให้ผู้ปกครองหลายๆท่านโดยเฉพาะครอบครัวมุสลิมตัดสินใจส่งลูกหลานตัวเองไปเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ เพราะอยู่ไม่ไกล จะขับรถไปเยี่ยมก็ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินเพราะมาเลเซียเป็นประเทศมุสลิม อาหารฮาลาลหากินง่ายทั่วบ้านทั่วเมือง และต้องได้ภาษาแน่นอน เพราะระบบการเรียนการสอนจะเป็นสองภาษา คือ ภาษาอังกฤษและภาษามลายู (แล้วแต่ตัวนักศึกษาเลยว่าจะลงทะเบียนเรียนด้วยระบบภาษาอะไร)

คำว่า Utara ในภาษามลายู มีความหมายเหมือนกับคำว่า อุตร หรือ อุดร ซึ่งแปลว่า ทิศเหนือ, ภาคเหนือ นั่นเอง หลายๆคนเลยเรียกเป็นภาษาไทยว่ามหาวิทยาลัยอุตตระ UUM เป็นมหาวิทยาลัยรัฐแห่งที่6ของประเทศมาเลเซีย ก่อตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1984 ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในขณะนั้นที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเน้นความชำนาญด้านการบริหารการจัดการโดยเฉพาะ ตัวมหาวิทยาลัยมีพื้นที่รวมทั้งหมด 1,061 เฮคเตอร์

คนที่สนใจอยากรู้ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยโดยละเอียด สามารถเข้าไปดูได้ที่ About UUM นะคะ

UUM กับการรับรองคุณวุฒิของ ..

Universiti Utara Malaysia เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาของประเทศมาเลเซียที่ได้รับการรับรองคุณวุฒิจาก ก.พ. ค่ะ

โครงสร้างระบบการศึกษา

ระบบการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นระบบ 2 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษและภาษามลายู วิชาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นวิชาเรียนภาษาอังกฤษ จะมีบางวิชาที่มีสองภาษา ให้เราเลือกตอนลงทะเบียนเรียนเองเลยว่าเราต้องการเรียนกับอาจารย์คนไหนภาษาอะไร นักศึกษาไทยส่วนใหญ่จะเลือกเลือกเรียนเป็นระบบภาษาอังกฤษ อาจมีนักศึกษาไทยหลายคนที่เข้าใจภาษามลายูได้ถ่องแท้กว่าก็เลยเลือกเรียนเป็นภาษามลายู อันนี้แล้วแต่ความถนัดของเราว่าจะเลือกเรียนในระบบภาษาอะไร

ระบบการศึกษาจะแบ่งออกเป็น 3 วิทยาลัยหลัก ได้แก่

  1. College of Business (COB) วิทยาลัยด้านธุรกิจ
  2. College of Arts and Sciences (CAS) วิทยาลัยด้านศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
  3. College of Law, Government and International Studies (COLGIS) วิทยาลัยด้านกฎหมาย การปกครอง และการศึกษาระหว่างประเทศ

แต่ละวิทยาลัยหลักจะมีคณะต่างๆภายใต้วิทยาลัยนั้นๆอยู่ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ หลักสูตร, ค่าใช้จ่าย, วิธีการสมัครเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีที่ UNIVERSITI UTARA MALAYSIA

การลงทะเบียนเรียน

ในสัปดาห์ปฐมนิเทศสำหรับนักศึกษาใหม่ เค้าจะแจกคู่มือให้นักศึกษาทุกคนว่าคณะที่ตัวเองเรียนต้องเรียนวิชาอะไรบ้าง แต่ละคณะจะมีวิชาไหนวิชาบังคับ วิชาเลือกแตกต่างกันไป เค้าจะมีแนะนำให้แล้วว่าแต่ละปีควรจะต้องลงเรียนวิชาอะไรบ้าง ให้เราจัดตารางเรียนของเราได้เลยว่าเทอมนี้เราจะเรียนวิชาอะไร จะเรียนกี่ตัว เรียนเวลาไหน ก่อนลงทะเบียนต้องเช็คตารางวิชาให้ดีว่าชนกันรึเปล่า และต้องลงทะเบียนให้อยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำด้วยว่ากี่หน่วยกิต สำหรับนักศึกษาปี 1 จะมีรุ่นพี่คอยช่วยเหลือ แนะนำวิธีการลงทะเบียนว่าจะทำยังไงบ้าง

การลงทะเบียนเรียนจะทำโดยวิธีออนไลน์ เค้าจะกำหนดวันไว้เลยว่านักศึกษาปีไหนลงทะเบียนเรียนภายในวันไหน เริ่มจากปี 4 ได้ลงทะเบียนก่อน ตามมาด้วยปี 3-2-1 เรียงกันไป อันนี้แหละยิ่งกว่าสงคราม นักศึกษาแต่ละคนพยายามไปที่ๆคิดว่าอินเตอร์เน็ตแรงสุด ไปรอกันก่อนเที่ยงคืน เตรียมกดวิชาที่ต้องการ พอเที่ยงคืนปุ๊บกดปั๊บก่อนที่เว็บจะล่ม เพื่อที่จะได้ตารางเรียนในฝันอย่างที่ตัวเองร่างไว้ ถ้าลงไม่ทันคนอื่นส่วนใหญ่ก็จะเหลือวิชาที่เรียนเช้ามากๆหรือไม่ก็เป็นวิชาที่อาจารย์โหดมากๆ สมัยที่เรียนส่วนใหญ่วิชาที่มีการสอนภาษาอังกฤษจะอยู่ในตารางเรียนช่วงเช้าตลอด จำได้ว่ามีอยู่ช่วงนึงเรียนแปดโมงเช้าทุกวัน แปดโมงมาเล = เจ็ดโมงประเทศไทย โอ้วววว เช้ามาก แล้วมีอีกวิชาที่เป็นคาบภาษาอังกฤษคาบเดียว มีสอนสัปดาห์ละครั้งตอนสองทุ่มถึงสี่ทุ่ม ต้องจัดการตารางชีวิตกันให้ดี

การแต่งกาย

UUM Dresscode

มหาวิทยาลัยไม่มีเครื่องแบบตายตัว หลักๆคือแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ในภาพคือตัวอย่างการแต่งกายในช่วงเวลาทำการ (ไปเรียน ไปสอบ เข้าห้องสมุด ติดต่อหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัย)

  • ผู้ชาย : เสื้อเชิ้ต แขนสั้นหรือยาวก็ได้ และผูกเน็คไท กางเกงสแล็คขายาว รองเท้าหุ้มส้น
  • ผู้หญิง : แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ใส่รองเท้าหุ้มส้น
    • นักศึกษามุสลิมส่วนใหญ่จะใส่ชุดกูรงไปเลย เพราะง่ายดี แต่จะใส่เป็นเสื้อ+กางเกงก็ได้ และไม่ได้บังคับให้ใส่ผ้าคลุมฮิญาบ การคลุมฮิญาบสามารถทำได้ตามความสมัครใจของแต่ละคน
    • นักศึกษาที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม แต่งตัวสุภาพเรียบร้อยทั่วไป ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นหรือยาวก็ได้ กางเกงต้องเป็นกางเกงขายาว ถ้าเป็นกระโปรงต้องยาวเลยเข่าลงไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่อนุญาตให้ใส่กางเกงยีนส์และรองเท้าแตะในเวลาทำการ ส่วนนอกเวลาทำการก็สามารถแต่งชุดลำลองทั่วไปสบายๆได้ แต่ต้องไม่ใส่สั้นโชว์เนื้อโชว์หนังมากเกินไป

ภาษาที่ใช้

ภาษาที่ใช้ในคาบเรียนก็ขึ้นอยู่กับที่เราเลือก ถ้าเลือกระบบภาษาอังกฤษก็จะคุยกันด้วยภาษาอังกฤษทั้งหมด คนที่เลือกภาษามลายูก็จะพูดกันด้วยภาษามลายู การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัยก็สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ ส่วนบรรยากาศนอกห้องเรียนส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้เจอกับนักศึกษาต่างชาติด้วยกันเองก็จะเป็นบรรยากาศที่ใช้ภาษามลายูในการสื่อสาร เช่น เวลาไปซื้อของตามร้านอาหารต่างๆ เวลาคุยกับเพื่อนนอกชั้นเรียน ถามว่าถ้าคุยภาษาอังกฤษกับแล้วเค้าเข้าใจมั้ย เค้าเข้าใจนะ แต่บางคนเค้าคงจะเขินๆไม่กล้าพูดและจะสะดวกใจในการพูดภาษามลายูมากกกว่า(ถ้าเลือกได้) ตอนแรกก็ไม่ได้ภาษามลายูเลย แต่พอได้รูมเมทเป็นคนมาเล เค้าก็ช่วยสอน เรียนรู้จากเพื่อนๆที่เรียนด้วยกันในคาบเรียน บวกกับดูละครบ้าง ทำให้พอจะสื่อสารเป็นภาษามลายูได้ เลยได้เอาไปใช้ในการต่อราคาสินค้าตอนซื้อของ แชทพิมพ์กันไปมาพอถูๆไถไปกันได้ มันก็สนุกดีเหมือนกัน ภาษามลายูก็มีภาษาถิ่นตามแต่ท้องที่เหมือนบ้านเรานี่ล่ะ ภาษาถิ่นกลันตันนี่จะพูดเหมือนกับพี่น้องใน3จังหวัดชายแดนภาคบ้านเราอย่างกับคนบ้านเดียวกันเลย คนมาจากต่างถิ่นก็จะมีสำเนียงการพูดต่างๆกัน อยู่ไปอยู่มาพอฟังคนพูดเยอะเริ่มแยกสำเนียงได้ว่าคนนี้มาจากรัฐไหน เคดะห์ กลันตัน ซาราวัค เคแอล ยะโฮร์ ก็จะมีสำเนียงต่างๆกันไป สนุกกันไปอีกแบบ

วันหยุด

ที่นี่จะเรียนวันอาทิตย์ – พฤหัสบดี  นะคะ ศุกร์-เสาร์ คือวันหยุด เป็นไปตามระเบียบของรัฐเคดะห์ค่ะ

หอพักนักศึกษา

เนื่องจากตัวมหาวิทยาลัยมีพื้นที่ที่กว้างขวางและตั้งอยู่ในที่ๆค่อนข้างห่างไกลจากชุมชน นักศึกษาจึงมีความจำเป็นที่ต้องอาศัยอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีหอพักในมหาวิทยาลัยทั้งหมด 15 หอ รองรับนักศึกษาประมาณ 20,000 คน หอพักทั้ง 15 แห่งได้แก่ MAS, TNB, Tradewinds, Petronas, GRATT, MISC, Sime Darby, BSN, TM, Proton, Yayasan Al-Bukhari, Bank Muamalat, Bank Rakyat, SME Bank,  และ Maybank ซึ่งหอพัก Bank Rakyat และหอพัก SME Bank ไม่ได้อยู่ในตัวมหาวิทยาลัยนะคะ หอพักทั้งสองนี้จะตั้งอยู่ที่ Bukit Kachi ซึ่งอยู่ห่างจากตัวมหาวิทยาลัยไป 1-2 กิโลเมตรค่ะ เป็นหอพักบนเขา

หลายๆคนอาจคุ้นหูกับชื่อหอพักเหล่านี้ ทั้งโปรตอนเอย อิออนเอย ปิโครนัสเอย ต้องบอกไว้เลยว่าหอพักเหล่านี้ตั้งชื่อตามบริษัท สถาบัน หรือองค์กรที่สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างหอพักเหล่านี้นั่นเองค่ะ (บางปีชื่อบางหออาจเปลี่ยนไปตามชื่อของผู้สนับสนุนงบประมาณในปีนั้นๆค่ะ)

นักศึกษาระดับปริญญาตรีทุกคนจะถูกลงทะเบียนให้มีที่พักในมหาวิทยาลัยแน่นอน แต่สำหรับนักศึกษาปริญญาโทและเอกนั้น ต้องลงทะเบียนจองค่ะ อยู่ในเกณฑ์ first come, first serve จองก่อน ได้ก่อน ถ้าที่พักเต็มต้องไปหาที่พักที่อื่นกันต่อไป แต่ส่วนใหญ่แล้วหอพักที่มีค่อนข้างเพียงพอต่อความต้องการของนักศึกษานะคะ

ในแต่ละหอพักจะแบ่งออกเป็นตึกบล็อก A ถึง H จะแยกโซนชัดเจนกันไปเลยว่าผู้ชายอยู่บล็อกไหน ผู้หญิงอยู่บล็อกไหน แต่ละหอจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักศึกษาเป็นของตัวเอง ได้แก่ cafeteria ที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร, ห้องแล็ปคอมพิวเตอร์, ร้านถ่ายเอกสาร, ร้านมินิมาร์ท, สนามกีฬา, ที่ซักรีด เป็นต้น  หอพักส่วนใหญ่จะมีห้องสำหรับนักศึกษาให้อยู่ห้องละ 2 คน บางหออาจมีให้อยู่ห้องละ 3 คน สำหรับนักศึกษาที่มีครอบครัวแล้วและพาครอบครัวมาด้วยก็สามารถไปลงทะเบียนจองห้องพักที่หอ Maybank ซึ่งเป็นหอพักแบบยูนิต ยูนิตนึงจะมีห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ สามารถอยู่รวมกันแบบครอบครัวได้ หอพักแต่ละประเภทก็จะมีราคาแตกต่างกันไป

ตอนเราเข้าไปวันแรกเค้าจัดปฐมนิเทศน์ที่หอTradewinds ด้วยความที่เป็นคนจำทิศจำทางไม่ดีเท่าไหร่ เลยงงมาก เดินหลงมั่วทิศไปหมด วันต่อๆก็ยังจำไม่ค่อยได้อยู่ดี เลยอาศัยจำเลขจำบล็อกห้องเอา การแบ่งหอว่าใครจะอยู่กับใคร เราเลือกเองไม่ได้นะ ทางมหาวิทยาลัยจะกำหนดให้เองว่าเราจะได้ไปอยู่หอไหน กับใคร ส่วนใหญ่เค้าจะแยกเด็กให้อยู่หอตามคณะที่เรียน อันนี้เราคิดว่าเพื่อเป็นความสะดวกสำหรับนักศึกษา เพราะบางครั้งเวลาเรียนเสร็จ มีงานกลุ่ม ต้องมีคุยงานกัน บางครั้งนัดคุยตอนกลางคืนหลังเลิกเรียน คนที่อยู่คณะเดียวกันอยู่หอบริเวณเดียวกันจะได้ไม่ต้องเดินทางไกล หอพักที่ได้พักส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใกล้กับตึกที่เราเรียนเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปเรียน เด็กชาติเดียวกันที่อยู่คณะเดียวกันก็จะได้อยู่ด้วยกัน (ข้อเสียถ้าคนไทยอยู่ห้องเดียวกันคือจะพูดกันแต่ภาษาไทย เราโชคดีได้รูมเมทคนกลันตันที่พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องเท่าไหร่ เลยได้เรียนรู้ภาษามลายูไปด้วยเลย) ในแต่ละหอก็จะมีกิจกรรมของหอมากน้อยแตกต่างกันไป บางหอมีเด็กกิจกรรมรวมตัวกันอยู่มากก็มีกิจกรรมเยอะมาก สมัยที่เรียนอยู่ได้อยู่หอพักโปรตอน โอ้โหววว เหมือนเป็นหอรวมดาวกิจกรรมมากๆ แทบจะประกาศเรียกกันทุกคืน แรกๆก็ไปนะปีนเขาบ้าง อะไรบ้าง หลังๆเริ่มขี้เกียจ เลยเข้าบ้างไม่เข้าบ้าง

หนึ่งในกิจกรรมที่เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับแต่ละหอก็คือการซ้อมหนีไฟ แต่ละครั้งจะไม่บอกว่าซ้อมวันไหนหรือหอไหน จะสุ่มทำวนๆกันไป แต่จะจัดเต็มแบบมากันแบบไม่ทันตั้งตัวเลย มีอยู่คืนนึงนั่งทำการบ้านดึก แอบได้ยินเสียงคนคุยกันที่สนามบาสข้างๆห้องเลยงงว่ามาทำอะไรกันดึกป่านนี้ พอมองปุ๊บเห็นเค้าจุดไฟกันอยู่ รูมเมทหันมาบอกเลยว่าคงจะซ้อมหนีไฟแน่ๆเลย เราเลยเตรียมตัวแต่งตัวกันทัน ต่อมาพักนึงอยู่ๆไฟก็ดับแล้วสัญญาณเตือนไฟดังขึ้น มาพร้อมกันควันไฟชุดใหญ่จัดเต็มมากๆ เด็กๆในหอตกใจกันสุด ออกมากันทั้งชุดนอนนั่นแหละ รีบมาก บางหอจัดควันแบบสมจริงมาก เด็กๆบางคนถึงขั้นขนคอมขนพาสปอร์ตวิ่งออกมากันเลยทีเดียว พอเด็กๆวิ่งออกมารวมตัวกันหมด ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาสาธิตวิธีการใช้ถังดับเพลิง แนะนำว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้จริงต้องทำอะไรกันบ้าง ประมาณนี้

ชีวิตความเป็นอยู่

ประเทศมาเลเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ทั้งมลายู จีน และอินเดีย ทำให้เราได้เห็นถึงความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม วันหยุดก็จะหยุดตามวันสำคัญทางศาสนาต่างๆ อีกทั้งยังมีนักศึกษาต่างชาติมาจากหลายประเทศ เช่น จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ประเทศในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกาใต้ ทำให้เราต้องค่อนข้างจะต้องปรับตัวเปิดใจกับสิ่งที่จะต้องเจอใหม่ๆ หลายๆคนอาจคิดว่าประเทศมาเลเซียเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเราคงจะไม่มีอะไรแตกต่างกันมากนัก แต่จริงๆก็มีเรื่องให้ปรับตัวมากอยู่ ให้เราได้เรียนรู้และเปิดใจ โดยเฉพาะนักศึกษาที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม เพราะอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติของประเทศมาเลเซีย วิถีชีวิตและวัฒนธรรมมันก็จะค่อนข้างแตกต่างกับบ้านเราที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติแน่นอน เลยอาจมีเรื่องให้ต้องปรับตัวมากหน่อย เช่น ต้องเรียนวิชาบังคับเกี่ยวกับหลักศาสนาอิสลาม (อันนี้ก็เหมือนกับที่เราเรียนในโรงเรียนในประเทศไทยที่มีบังคับให้เรียนพุทธศาสนา) การแต่งกายต้องสุภาพเรียบร้อย เป็นต้น ใครปรับตัวได้เร็วก็ดี ใครไม่เคยเจอสังคมที่วัฒนธรรมหลายหลายแบบนี้ก็อาจต้องปรับตัวกันนานหน่อย บางคนตัดสินใจลาออกหลังจากมาอยู่ไม่กี่วันไม่กี่เดือนก็มีเหมือนกัน

การเดินทางภายในมหาวิทยาลัย

เนื่องจาก UUM เป็นมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างใหญ่ หลายๆคนเลยสงสัยว่าจำเป็นต้องมียานพาหนะส่วนตัวรึเปล่า เราขอยกตัวอย่างตัวเองเลยนะคะ สมัยที่เราเรียนตอนปีหนึ่งยังไม่ได้เอารถมอเตอร์ไซค์ไป เลยอาศัยเดินเอา เดินกันขยันขันแข็งมาก มันก็เหนื่อยใช้ได้เหมือนกันเพราะเป็นคนไม่ค่อยจะออกกำลังกายเท่าไหร่ ก่อนเข้าสัปดาห์เรียนก็ไปสำรวจตึกที่จะเรียนว่าอยู่ตรงไหนบ้าง มันก็จะมีบ้างบางวิชาที่ตึกเรียนมันไกลมาก แต่ถ้าไม่อยากเดิน ทางมหาวิทยาลัยก็มีบริการรถบัสแบ่งสาย A, B, C, D ตามหอพักที่เราอยู่ บัสแต่ละสายจะมาจอดตามหอต่างๆแล้วเวียนไปส่งตามอาคารเรียนในมหาวิทยาลัย ต้องเติม point  ในบัตรนักศึกษา แล้วตอนขึ้นก็ไปแตะบัตรเอา แต่รถบัสมันออกตามเวลา บางครั้งเวลาขึ้นมันต้องค่อนข้างจะแย่งกัน คนแน่นบ้างอะไรบ้าง เราชอบชิลๆมากกว่าเลยเลือกเดินซะส่วนใหญ่ บางอารมณ์ถ้าขี้เกียจเดิน ก็จะไปนั่งรถบัสเอา ส่วนนักศึกษาที่อยู่หอพักนอกมหาวิทยาลัยที่ Bukit Kachi ต้องอาศัยบัสมหาวิทยาลัยในการเดินทางแน่นอนค่ะ ไม่สามารถเดินเท้าได้แน่ๆ

ตอนปีสองเราเอามอเตอร์ไซค์เข้าไปใช้เพราะเริ่มขี้เกียจเดิน นักศึกษาบางคนก็เอารถยนต์มาใช้ ทั้งนี้ทั้งนั้น นักศึกษาที่จะเอายานพาหนะส่วนตัวมาใช้ต้องทำเรื่องขอสติ๊กเกอร์ของมหาวิทยาลัยเอามาแปะที่รถตัวเองด้วย ถ้าไม่มีจะโดนปรับ พอมีสติ๊กเกอร์แล้วก็อย่าลืมจอดรถให้ถูกที่ด้วยนะ ไม่งั้นค่าปรับจะตามมารวมอยู่ในค่าเทอมของเรานี่ล่ะ เราเองเคยโดนมาแล้วสองสามครั้ง จอดรถไม่ดูให้ดี T_T

ทุนการศึกษา

ณ ปัจจุบันนี้ ยังไม่มีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทยที่จะไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ใครสนใจจะศึกษาต่อที่นี่ต้องออกค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนเองทั้งหมดค่ะ

อาหารการกิน

อาหารการกินเป็นอาหารฮาลาลทั้งหมดค่ะ ทุกๆหอพักจะมี cafeteria เป็นของตัวเอง และมีศูนย์อาหารใหญ่ตรงที่เป็นจุดศูนย์กลางของมหาวิทยาลัย อาหารที่ขายก็จะมีทั้งข้าวราดแกง บริการตัวเอง อาหารตามสั่ง อาหารไทย ฝรั่ง อินเดีย จีน มาเล อาหรับ กระจายๆกันไป บางอาคารเรียนก็อาจมีร้านอาหารบ้าง แต่ถ้าตึกไหนไม่มี ก็ไปหากินได้ที่ตึกข้างๆ ไม่ไกล จะมีที่ให้กินแน่นอน บางหอมีร้านอาหารคนไทยไปเปิดด้วย ตอนนี้ไม่แน่ใจว่ามีทั้งหมดกี่แห่ง แต่ร้านคนไทยนี่ขายดีตลอด ต้องเข้าคิวยาวตลอด

มัสยิด/การปฏิบัติศาสนกิจ

แต่ละตึกเรียนจะมีสุเหร่าสำหรับนักศึกษา/บุคลากรแยกส่วนชาย/หญิงไว้ใช้ละหมาด ตึกไหนไม่มีก็สามารถไปละหมาดตึกอื่นในบริเวณใกล้เคียง จริงๆตามหอพักก็มีสุเหร่าต่างๆสำหรับบุคคลภายนอกไปละหมาดขณะเดินทางอยู่ในมหาวิทยาลัยได้ นอกจากนี้ในตัวมหาวิทยาลัยมีมัสยิด Sultan Badlishah ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่ เป็นศูนย์รวมการปฏิบัติศาสนกิจ และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เกี่ยวกับอิสลามศึกษา

นอกจากมัสยิด Sultan Badlishah ซึ่งอยู่ในตัวมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีมัสยิดอีกแห่งคือมัสยิด Bukit Kachi ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณหอพัก Bank Rakyat และ SME Bank (หอพักทั้ง2นี้ไม่ได้อยู่ในตัวมหาวิทยาลัย แต่อยู่ห่างจากตัวมหาวิทยาลัย1-2 ก.ม.) อีกแห่งด้วย

นักศึกษาไทยที่ศึกษาอยู่ที่ UUM

เราเป็นนักศึกษาไทยรุ่นที่13 ตอนนี้ไม่แน่ใจว่า ณ ปัจจุบัน นักศึกษาไทยที่ศึกษาอยู่ที่ UUM เป็นรุ่นที่เท่าไหร่ น่าจะผ่านมานานหลายรุ่นเพราะเค้านับรุ่นใหม่กันทุกเทอม แต่มั่นใจว่าครอบครัว TSA UUM นั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งใครมีอะไรสงสัยสามารถเข้าไปสอบถามได้ที่ TSA UUM Facebook Page ค่ะ

บรรยากาศมหาวิทยาลัย

This slideshow requires JavaScript.

ถือได้ว่า UUM เป็นมหาวิทยาลัยที่มีบรรยากาศที่ดีมากในการศึกษา เนื่องจากมหาวิทยาลัยอยู่ในพื้นที่ขนาดใหญ่ ร่มรื่นไปด้วยเขตพื้นที่ป่าไม้ เหมือนมหาวิทยาลัยในป่า มีความเป็นธรรมชาติมาก หลังจากเคร่งเครียดกับบรรยากาศในห้องเรียนแล้ว ทางมหาวิทยาลัยมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่ทำกิจกรรมเพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจของนักศึกษาหลายๆอย่าง เช่น สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานโอลิมปิก (แยกวัน/เวลาสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย), ฟิตเนสออกกำลังกาย, สนามยิงธนู, สนามกีฬาในร่ม (แบดมินตัน, ตะกร้อ, ฟุตซอล, สควอช, ปิงปอง), สนามกีฬากลางแจ้ง (เทนนิส, บาสเก็ตบอล, ฟุตบอล, เปตอง), ห้องซาวน่า, ห้องแอโรบิค, กิจกรรมพายเรือคายัค, สนามโกคาร์ท, สนามกอล์ฟ, ขี่ม้า, ปั่นจักรยาน เป็นต้น ทั้งหมดนี้กระจายอยู่ตามจุดต่างๆของมหาวิทยาลัย เรียกได้ว่ามีกิจกรรมให้ทำหลากหลายมากๆในตัวมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องออกไปไหน

ตอนที่เรียนเราเรียนวิชาเลือกกอล์ฟด้วย กว่าจะหวดโดนลูกก็ใช้เวลาไปหลาย ตลกมาก เพื่อนเราเลือกเรียนพาราชูตเตอร์ มีคนนึงน้ำหนักไม่ถึงเลยอดบิน ว่างๆหลังจากเลิกเรียนก็ไปให้อาหารกวางบ้าง ไปออกกำลังกายที่ complex บ้าง กิจกรรมบางอย่างอาจเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเช่นโกคาร์ท แต่ก็จะเป็นเรทราคานักศึกษา ถ้าเป็นบุคคลภายนอกก็จะเป็นอีกเรทนึง

ปัจจุบัน UUM พัฒนาไปอีก (ดูจากเว็บไซต์) มีทั้งสระเป็ด ฟาร์มนกกระจอกเทศ ตึกเรียนใหม่ๆ เรียกได้ว่าหลังจากเราเรียนจบนี่ทุกอย่างพัฒนาขึ้นมากๆ มีกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจให้ทำเพิ่มมากขึ้น หลากหลายขึ้น

UUM กับการท่องเที่ยว

UUM ได้กลายเป็นมหาวิทยาลัยเปิดที่ซึ่งบุคคลภายนอกและนักท่องเที่ยวได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมชมและใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆได้ ภายในตัวมหาวิทยาลัยได้รับการพัฒนาสถานที่ต่างๆเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพื่อตอบสนองความต้องการด้านนันทนาการของนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ ได้แก่ พื้นที่ปิกนิก สนามกอล์ฟเก้าหลุม สนามโกคาร์ท สนามยิงปืนและยิงธนู สถานที่ขี่ม้าและอื่นๆอีกมากมาย ภายในตัวมหาวิทยาลัยมี University Inn เป็นโรงแรมที่พักสำหรับบุคคลภายนอก นอกจากนี้ห่างจากตัวมหาวิทยาลัยไม่ไกล ก็มี EDC Hotel & Resort เป็นโรงแรมใหญ่กว่า University Inn นักศึกษาการโรงแรมจะมีบางวิชาที่จะต้องมาฝึกงานที่นี่ นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจสามารถเข้าพักที่นี่ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ UUM ยังมี Edu-Tourism Package ซึ่งเป็นแพ็คเก็จทัวร์มหาวิทยาลัย มีทั้งแบบ 2 วัน 1 คืน และแบบวันเดียวทั้งวัน ใครสนใจแพ็คเก็จนี้ไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Edu-Tourism Package

นักศึกษาที่จะไปเรียนส่วนใหญ่ก็ไปเยี่ยมชมตัวมหาวิทยาลัยก่อนตัดสินใจสมัครเข้าเรียน ไปกันเองเลยแบบไม่ต้องซื้อแพ็คเก็จทัวร์ของมหาวิทยาลัยค่ะ บางคนมีรุ่นพี่ที่เป็นศิษย์เก่าพาแนะนำมหาวิทยาลัย บางครอบครัวไปลุยกันเองก็มี แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ เพื่อเป็นอีกหนึ่งข้อมูลในการตัดสินใจเข้าสมัครเรียนที่นี่

 *** ชื่อหอพักแต่ละแห่งอาจไม่ตรงกับข้อมูลสถานที่จริงนะคะ เพราะชื่อหออาจเปลี่ยนไปตามชื่อองค์กรที่สนับสนุนงบประมาณ อันนี้คืออัพเดทล่าสุดมาจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย ถ้ามีข้อผิดพลาดตรงไหน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ใครมีอะไรสงสัยสอบถามเพิ่มเติมในคอมเมนท์ได้เลยนะคะ เผื่อมีคนอื่นสงสัยสิ่งเดียวกันจะได้เห็นรวมกันในที่นี้ไปเลยค่ะ

Picture Credit from www.uum.edu.my

 

6 responses to “แนะนำมหาวิทยาลัย: Universiti Utara Malaysia (UUM) มหาวิทยาลัยที่อยู่ห่างจากด่านนอกเพียงสิบกว่ากิโลเมตร”

  1. […] จากบทความที่ได้แนะนำมหาวิทยาลัยไป แนะนำมหาวิทยาลัย: UNIVERSITI UTARA MALAYSIA (UUM) มหาวิท…ที่ได้แนะนำมหาวิทยาลัยไปจะเห็นได้ว่า UUM แบ่งระบบการศึกษาออกเป็น 3 วิทยาลัยหลัก ได้แก่ […]

    Like

  2. […] จากบทความที่ได้แนะนำมหาวิทยาลัยไป แนะนำมหาวิทยาลัย: UNIVERSITI UTARA MALAYSIA (UUM) มหาวิท…ที่ได้แนะนำมหาวิทยาลัยไปจะเห็นได้ว่า UUM แบ่งระบบการศึกษาออกเป็น 3 วิทยาลัยหลัก ได้แก่ […]

    Like

  3. เราสามารถเดินทางโดยรถบัสเข้าได้มั้ยคะ จากฝั่งไทย ด่านนอก สะเดาอะคะ

    Like

    1. เท่าที่ทราบในตอนนี้ไม่มีรถบัสตรงเข้ามหาวิทยาลัยนะคะ

      Like

      1. pornsawat Lertvitayavivat Avatar
        pornsawat Lertvitayavivat

        จากหาดใหญ่นั่งรถตู้ไปด่านนอก และที่หน้าด่านมีแท็กซี่มาเลย ส่งถึงที่ เรียกไปหรือเช่าตามเหมาะสม ค่ารถไปมหาลัยประมาณ80-100 ริงกิต ต่อรอง ระยะทางใกล้ประมาณ20กม.เอง

        Like

  4. pornsawat Lertvitayavivat Avatar
    pornsawat Lertvitayavivat

    ผมสนใจทัวรมหาลัยเพื่อทำกิจกรรมนอนทีามหาลัย 3วัน 2คืน กันนักเรียนมัธยมปลาย เกรด11-12 ทำกิจกรรม เกี่ยวเทคผโนโลยี ขี่ม้า ยิงธนู อื่นๆ จำนวนนักเรียน 35คน ต้องตืดต่อทกับส่วนงานใด ขอบคุณครับ

    Like

Leave a comment

About READING ACROSS

Reading Across is where words wander through books, language, and lived experience. Carrying meaning from page to life, shaping how we read, learn, and see the world.

พื้นที่เล็ก ๆ สำหรับการอ่าน เรื่องราว และประสบการณ์ชีวิต ที่เชื่อมโยงความหมายจากหน้ากระดาษสู่ชีวิตจริง

Why are you reporting this comment?

Report type