
“มีบางสิ่งที่ต่อให้เราพยายามเปลี่ยนมากแค่ไหน ก็ไม่อาจเปลี่ยนมันได้
พยายามลบทิ้งแค่ไหนก็ลบไม่ออก
มีเหมือนกันที่ฝืนจะลบให้ได้ แต่กลายเป็นทิ้งรอยด่างไว้มากกว่าเดิมหัวใจของมนุษย์ก็เช่นกัน…”
นิยายเล่มนี้เริ่มต้นด้วยชีวิตของมนุษย์ธรรมดาที่ความทรงจำและบาดแผลในชีวิตไม่เคยหายไปไหน มีเพียงจางลง กลายเป็นส่วนหนึ่งของเราในที่สุด เหมือนเม็ดทรายที่เคยเป็นก้อนกรวด สุขและทุกข์ล้วนไม่คงอยู่ตลอดไป เช่นเดียวกับหัวใจมนุษย์ที่ไม่มีวันสะอาดไร้รอยได้ตลอดกาล
เชกเกอร์ ค็อกเทลแก้วนี้มีอดีตที่หายไป เป็นนิยายแปลเกาหลีแนวแฟนตาซีย้อนเวลา เล่าเรื่องของนาอู หนุ่มออฟฟิศวัย 32 ปี ผู้บังเอิญพบกับบาร์ลึกลับที่ขายค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ ค็อกเทลที่เขาดื่มพาเขาย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงมัธยม ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการสูญเสียอีแน ผู้เป็นเพื่อนรักคนสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
โดยทั่วไปแล้ว การได้ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตคงเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่สำหรับนาอู มันกลับเต็มไปด้วยความลังเล สับสนและหวั่นใจ เพราะการเลือกช่วยเพื่อนรักในอดีต อาจหมายถึงการสูญเสียคนสำคัญในปัจจุบัน ฮาเจหญิงสาวที่เขารัก ผู้ซึ่งเคยเป็นแฟนของเพื่อนสนิทที่จากไป และยังคงเป็น “รักแรก” ที่เขาไม่กล้าแตะต้อง
นาอูในวัยผู้ใหญ่คือคนที่แบกความเสียใจในวัยเยาว์ไว้บนบ่า เขารัก แต่ไม่กล้าบอกรัก เขาลังเลแม้กระทั่งการขอหญิงสาวที่เขารักแต่งงาน ไม่ใช่เพราะไม่แน่ใจในความรู้สึกของตนเอง แต่เพราะกลัวว่าเขาจะไม่มีวันแทนที่ใครบางคนในความทรงจำของเธอได้ ความลังเลนี้ทำให้เขาใช้ชีวิตไปอย่างไม่เต็มที่ เหมือนคนที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างอดีตและปัจจุบัน
ระหว่างอ่าน รู้สึกอดไม่ได้ที่จะเข้าใจและเห็นใจนาอู การตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ถ้าย้อนกลับไปเลือกอีกทาง ชีวิตจะดีกว่านี้ไหม” เป็นคำถามที่หลายคนเคยถามตัวเอง หนังสือพาเราคิดตามผ่านประโยคหนึ่งที่สะเทือนใจมากว่า
“ระหว่างมีเส้นทางที่ชัดเจนแต่ไร้จุดหมาย กับมีจุดหมายชัดเจนแต่ไร้เส้นทาง แบบไหนมืดมนกว่ากัน?”
ตลอดทั้งเรื่อง หนังสือสะท้อนความหมายของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างละมุน เราไม่เคยถูกบอกอย่างชัดเจนว่าควรเดินไปทางไหน แต่กลับถูกกดดันให้ “ต้องไปให้ถึงที่ไหนสักแห่ง” อยู่เสมอ จนวันหนึ่งเราค่อย ๆ ตระหนักว่า ชีวิตไม่ควรถูกกำหนดโดยเงาของอดีต และเราไม่จำเป็นต้องมองอนาคตไกลเกินไป
“ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องหันไปมองข้างหลัง
ไม่ต้องมองข้างหน้าไกลเกิน
มองแค่ปลายเท้าของตัวเอง แล้วออกเดินก็พอ”
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกว่าเราควรลืมอดีต แต่ชวนให้ยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเรา และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เวลาก็เป็นเพียงการผสมปนเประหว่างอดีตและอนาคต และสิ่งเดียวที่เราจับต้องได้จริง คือ “ปัจจุบัน”
เป็นนิยายที่เหมาะกับคนที่ยังติดอยู่กับความเสียใจบางอย่าง คนที่เคยตั้งคำถามกับการตัดสินใจในชีวิต และคนที่กำลังเรียนรู้ว่าจะก้าวต่อไปอย่างอ่อนโยนกับตัวเองได้อย่างไร
หากคุณสนใจอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยตัวเอง สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://s.shopee.co.th/3VdwbTYmt5



Leave a comment